มิจฉาชีพปลอมเสียง AI ไม่ได้อาศัยเพียงเบอร์แปลกอีกต่อไป ผู้โทรอาจทำให้หมายเลขดูเหมือนคนในรายชื่อ และใช้เสียงสังเคราะห์เลียนแบบคนในครอบครัว หัวหน้า หรือเจ้าหน้าที่ เพื่อเร่งให้เราโอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลสำคัญ สิ่งที่ควรจำคือ “เสียงเหมือน” และชื่อบนหน้าจอไม่ใช่หลักฐานยืนยันตัวตน

รายงาน Internet Crime Report 2025 ของ FBI ระบุว่า ศูนย์ IC3 ของสหรัฐฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนที่กล่าวถึง AI มากกว่า 22,000 เรื่อง คิดเป็นความเสียหายที่ปรับแล้วกว่า 893 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลจากสหรัฐฯ ไม่ใช่สถิติของไทย แต่สะท้อนว่าการใช้ AI ประกอบการหลอกลวงเกิดขึ้นจริงและมีหลายรูปแบบ

มิจฉาชีพปลอมเสียง AI ทำให้สายโทรศัพท์น่าเชื่อขึ้นอย่างไร

ผู้ไม่หวังดีอาจนำคลิปเสียงจากวิดีโอหรือโซเชียลมีเดียมาสร้างเสียงเลียนแบบ แล้วใช้ร่วมกับการปลอมหมายเลขผู้โทร เนื้อเรื่องที่พบบ่อยมักอ้างว่าเกิดเหตุฉุกเฉิน ต้องใช้เงินทันที ต้องเก็บเป็นความลับ หรือขอให้ย้ายไปคุยในแอปอื่น ความเร่งรีบและความกลัวคือเครื่องมือสำคัญ ไม่ใช่คุณภาพของเสียงเพียงอย่างเดียว

Google เริ่มเปิดตัวฟีเจอร์ตรวจสายปลอมใน Phone by Google เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 สำหรับอุปกรณ์ Android 12 ขึ้นไป โดยตรวจสอบว่าสายมาจากอุปกรณ์ของผู้ติดต่อจริงหรือไม่ เงื่อนไขคือทั้งสองฝ่ายต้องใช้ Phone by Google และมีองค์ประกอบที่รองรับตามที่ Google กำหนด จึงควรมองฟีเจอร์นี้เป็นเกราะเสริม ไม่ใช่สิ่งทดแทนการตรวจสอบด้วยตัวเอง

5 ขั้นตอนก่อนเชื่อเสียงและโอนเงิน

1. หยุดก่อนทำตาม วางสายเมื่อถูกเร่ง ข่มขู่ หรือห้ามบอกคนอื่น อย่าโอนเงินระหว่างที่ยังคุยอยู่

2. โทรกลับด้วยเบอร์ที่บันทึกไว้เอง อย่าใช้เบอร์หรือลิงก์ที่ผู้โทรให้มา หากติดต่อไม่ได้ ให้ตรวจสอบกับสมาชิกครอบครัวหรือเพื่อนร่วมงานอีกคน

3. ถามรหัสลับของครอบครัว ตั้งคำหรือประโยคที่ไม่โพสต์ออนไลน์และเปลี่ยนได้เมื่อสงสัยว่ารั่วไหล หลีกเลี่ยงคำถามจากข้อมูลทั่วไปที่ค้นหาได้บนโซเชียล

4. ไม่ส่งข้อมูลหรือเงินแบบเรียกคืนยาก ระวังคำขอรหัส OTP รหัสผ่าน เลขบัตร ของขวัญดิจิทัล คริปโทเคอร์เรนซี หรือการติดตั้งแอปจากลิงก์

5. เก็บหลักฐานและแจ้งเหตุ บันทึกหมายเลข เวลา ข้อความ และหลักฐานการชำระเงิน หากโอนไปแล้วให้ติดต่อธนาคารทันที และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำนักงาน กสทช. ย้ำหลัก “มีสติ ฉุกคิด ตรวจสอบข้อมูล” สำหรับรับมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลักง่าย ๆ นี้ยังใช้ได้ดีในยุคเสียงปลอม AI เพราะวิธีป้องกันที่สำคัญที่สุดคือการยืนยันผ่านช่องทางที่เราเชื่อถืออยู่แล้ว ไม่ใช่พยายามฟังว่าเสียงจริงหรือปลอม

เช็กลิสต์สั้น ๆ สำหรับทั้งบ้าน

  • ตั้งรหัสลับร่วมกันหนึ่งคำและอย่าส่งในกลุ่มสาธารณะ
  • ตกลงว่าเรื่องฉุกเฉินด้านเงินต้องยืนยันกับคนที่สองเสมอ
  • อัปเดตโทรศัพท์และแอปโทรศัพท์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
  • ลดการเผยแพร่คลิปเสียงพร้อมข้อมูลส่วนตัวที่ไม่จำเป็น

แหล่งข้อมูลและเครดิต

  • [Google Security Blog: Fake call detection on Android](https://blog.google/security/android-fake-call-detection/)
  • [FBI: 2025 IC3 Annual Report](https://www.fbi.gov/file-repository/2025_ic3report.pdf)
  • [FTC Consumer Advice: Scammers use AI to enhance family emergency schemes](https://consumer.ftc.gov/consumer-alerts/2023/03/scammers-use-ai-enhance-their-family-emergency-schemes)
  • [สำนักงาน กสทช.: แก๊งคอลเซ็นเตอร์พัฒนากลลวง “หลอกซ้อนหลอก”](https://www.nbtc.go.th/tcp/th/Consumer-Protection/Publicationmedia/Infographicmedia/2568/2200.aspx)
  • ภาพประกอบสร้างด้วย AI โดย Zone-Idea

[อ่านข่าวและบทความเพิ่มเติมจาก Zone-Idea](https://zoneidea.co.th/news)