ข้อมูล Jira และ Confluence ใช้พัฒนา AI: แอดมินควรเช็ก
องค์กรที่ใช้ Jira, Confluence หรือ Jira Service Management บนคลาวด์ควรให้แอดมินตรวจการตั้งค่า ข้อมูล Jira และ Confluence ตั้งแต่วันนี้ เพราะ Atlassian เริ่มใช้ข้อมูลที่เข้าเกณฑ์เพื่อปรับปรุงแอปและประสบการณ์ AI สำหรับลูกค้าทุกรายตั้งแต่ 17 สิงหาคม 2026 ผู้ใช้ทั่วไปเปลี่ยนค่านี้เองไม่ได้ แต่ควรถามผู้ดูแลระบบว่านโยบายขององค์กรกำหนดไว้อย่างไร
ข้อมูล Jira และ Confluence แบบใดอยู่ในขอบเขต
Atlassian แบ่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือ “เมทาดาทา” หรือข้อมูลอธิบายลักษณะการใช้งาน เช่น จำนวน Story Point ความซับซ้อนของหน้า Confluence รวมถึงรูปแบบคำหรือหัวข้อที่พบบ่อยจากการค้นหาและบทสนทนาใน Rovo กลุ่มที่สองคือข้อมูลในแอป เช่น ชื่อและเนื้อหาหน้า Confluence ตลอดจนชื่อ รายละเอียด และความคิดเห็นในงาน Jira
บริษัทระบุว่าจะนำข้อมูลที่ส่งร่วมไปลบตัวระบุบุคคลและรวมเป็นภาพรวมก่อนใช้ พร้อมไม่นำชื่อหรืออีเมลที่ระบุตัวบุคคลโดยตรงไปใช้ นอกจากนี้ Atlassian ระบุว่าไม่ได้ให้ผู้ให้บริการโมเดล AI ภายนอกนำข้อมูลลูกค้าไปฝึกหรือปรับปรุงโมเดลของตนเอง อย่างไรก็ตาม องค์กรยังควรตัดสินใจเองว่าการส่งข้อมูลสอดคล้องกับสัญญาลูกค้า กฎภายใน และระดับความลับของงานหรือไม่
ค่าเริ่มต้นต่างกันตามแพ็กเกจ
ค่าเริ่มต้นพิจารณาจากแพ็กเกจสูงสุดที่ใช้งานอยู่ในแต่ละองค์กร Atlassian โดย Free และ Standard เปิดทั้งเมทาดาทาและข้อมูลในแอป ส่วน Premium และ Enterprise เปิดเมทาดาทา แต่ปิดข้อมูลในแอป แอดมินองค์กรสามารถเปิดหรือปิดการส่งข้อมูลในแอปได้ทุกแพ็กเกจ แต่การปิดเมทาดาทาทำได้เฉพาะ Enterprise
การเปิดหรือปิด AI กับการตั้งค่า Data contribution เป็นคนละเรื่อง การปิดฟีเจอร์ AI จึงไม่ได้แปลว่าการส่งข้อมูลถูกปิดตามไปด้วย แอดมินควรตรวจค่าจริงใน `Atlassian Administration > Security > Data contribution` โดย Atlassian มี [วิดีโอสาธิตการตั้งค่า Data contribution](https://www.youtube.com/watch?v=-EJF6iQe4Dw) จากช่องทางทางการสำหรับดูขั้นตอนเพิ่มเติม
เช็กลิสต์สำหรับองค์กรวันนี้
1. ระบุว่าใครเป็น Organization admin และให้ตรวจค่าของทุก Atlassian organization ไม่ใช่เฉพาะไซต์หลัก
2. ตรวจแพ็กเกจสูงสุด เพราะมีผลต่อค่าเริ่มต้นและสิทธิ์ในการปิดเมทาดาทา
3. สำรวจว่าทีมเก็บข้อมูลลูกค้า สัญญา รายงานบุคคล การเงิน หรือความลับทางธุรกิจไว้ใน Jira และ Confluence หรือไม่
4. ให้ฝ่ายไอที เจ้าของข้อมูล กฎหมาย และผู้บริหารร่วมกันตัดสินใจ แล้วบันทึกเหตุผลและวันที่ตรวจทบทวน
5. สื่อสารกับพนักงานว่าอะไรใส่ในระบบได้ และข้อมูลใดต้องเก็บในพื้นที่ที่มีการควบคุมเฉพาะ
Axios รายงานในวันเดียวกันว่าบริการ AI กำลังเชื่อมกับข้อมูลนอกหน้าต่างแชตมากขึ้น ประโยชน์คือคำตอบและระบบที่เหมาะกับผู้ใช้มากขึ้น แต่สิ่งแลกเปลี่ยนคือผู้ให้บริการมองเห็นบริบทกว้างขึ้น หลักง่ายที่สุดจึงไม่ใช่ “เปิดหรือปิด AI ทั้งหมด” แต่คือรู้ว่าข้อมูลใดถูกใช้ ใครควบคุมได้ และองค์กรยอมรับขอบเขตนั้นหรือไม่
แหล่งข้อมูลและเครดิต
- [Atlassian: คำถามที่พบบ่อยเรื่อง Data contribution](https://www.atlassian.com/trust/ai/data-contribution/faqs) — การเปลี่ยนแปลงมีผล 17 สิงหาคม 2026
- [Atlassian AI Terms](https://www.atlassian.com/legal/ai-terms) — ข้อกำหนดฉบับมีผลตั้งแต่ 17 สิงหาคม 2026
- [Axios: สิ่งที่อาจเกิดกับข้อมูลส่วนตัวที่แบ่งปันให้ AI](https://www.axios.com/2026/08/17/secrets-share-ai-openai-meta-google-anthropic) — เผยแพร่ 17 สิงหาคม 2026
- ภาพประกอบสร้างด้วย AI โดย Zone-Idea
[อ่านข่าวและบทความเพิ่มเติมจาก Zone-Idea](https://zoneidea.co.th/news)
